================================================== -->

บา คารา 1231️⃣M98

ศาลลงดาบหนักจอมร้อง เรืองไกร คุก 8 เดือนแจ้งเท็จกล่าวหา วัชระ แทรกแซงดีเอสไอเรื่องชายชุดดำ ส่วน ธาริต รอดแต่หวั่นถูกอุทธรณ์ รีบให้ทนายมากระแซะขอเป็นเพื่อน แจ็คเตรียมยื่นเพิ่มโทษจอมฟ้องเหตุไม่สำเหนียกเมื่อเวลา 1100 น วันที่ 28 มีค ที่ศาลแขวงดอนเมือง ผู้พิพากษาได้อ่านคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำ อ812/2559 ที่นายวัชระ เพชรทอง อดีต สสพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป) เป็นโจทก์ ฟ้องนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกวุฒิสภา และเป็นทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทย จำเลยที่ 1 และนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) จำเลยที่ 2 ในข้อหาแจ้งความเท็จ ให้พนักงานจดแจ้งข้อความอันเป็นเท็จ และหมิ่นประมาท โดยนายวัชระระบุคำฟ้องว่า นายเรืองไกรได้ร้องเรียนคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต) ว่านายวัชระ ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ) การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน คนที่ 1 ในขณะนั้น ร่วมกับนายศุภชัย ศรีหล้า ประธาน กมธพัฒนาการเมืองฯ จงใจใช้สถานะหรือตำแหน่ง สสเข้าไปก้าวก่าย หรือแทรกแซงการทำงานของนายธาริต โดยเรียกนายธาริตมาให้การเรื่องชายชุดดำในเหตุการณ์ความไม่สงบเดือนเมย-พค2553 ที่สภาผู้แทนราษฎร โดยไม่มีอำนาจและเป็นการเอื้อประโยชน์ให้ ปชป และไม่ได้มีมติของ กมธ เป็นการขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พศ2550 มาตรา 266 (1) โดยนายเรืองไกรและนายธาริตขณะเป็นอธิบดีดีเอสไอได้ไปให้การยืนยันข้อความอันเท็จต่อเจ้าพนักงาน กกต ซึ่งศาลได้มีคำสั่งให้ประทับรับฟ้องคดีไว้พิจารณา ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า นายวัชระเป็นรองประธาน กมธขณะนั้น เรียกนายธาริตไปชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีชายชุดดำ ต่อมาวันที่ 18 มีค2556 นายเรืองไกรได้มีหนังสือถึง กกตว่านายวัชระเข้าไปก้าวก่ายแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ของนายธาริตขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ จากนั้นได้ให้ถ้อยคำต่อเจ้าพนักงาน กกต และคณะกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงของ กกต ซึ่งศาลต้องวินิจฉัยว่านายเรืองไกรกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า นายวัชระและนายศุภชัยได้เบิกความว่าได้ทำหนังสือเชิญถูกต้องชอบด้วยกฎหมาย แต่นายเรืองไกรไม่มีพยานหลักฐานมานำสืบแก้ให้เห็นว่านายวัชระจงใจก้าวก่ายแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ของนายธาริตอย่างไร พยานนายวัชระจึงมีน้ำหนักน่าเชื่อถือ ประกอบกับนายเรืองไกรได้ให้การต่อ กกตยืนยันข้อเท็จจริงประสงค์ให้ กกตพิจารณาว่านายวัชระจงใจก้าวก่ายเกินเลยมากกว่าการแสดงความคิดเห็นท้วงติงและการคาดคะเนส่วนตัว จำเลยที่ 1 เคยเป็น สวมาก่อน ย่อมทราบกระบวนการแสวงหาข้อเท็จจริง ประกอบกับจำเลยที่ 1 ไม่มีส่วนได้เสียใดๆ การใช้สิทธิของต้องไม่เกินเลยขอบเขตกฎหมาย จึงไม่ได้รับการคุ้มครอง พยานหลักฐานจำเลยที่ 1 ไม่อาจหักล้างพยานโจทก์ได้ เป็นการให้ข้อความอันเป็นเท็จในเอกสารราชการ จึงผิดตามฟ้อง ส่วนจำเลยที่ 2 นั้น ศาลเห็นว่าโจทก์ต้องนำสืบจนปราศจากข้อสงสัยว่าจำเลยที่ 2 แบ่งหน้าที่ร่วมกระทำความผิดกับจำเลยที่ 1 อย่างไร ลำพังจำเลยที่ 2 ไปให้ถ้อยคำต่อ กกต ยังไม่พอฟังได้ว่าร่วมกระทำผิด เนื่องจากจำเลยที่ 2 เป็นอธิบดีดีเอสไอและหัวหน้าพนักงานสอบสวน ย่อมมีอำนาจใช้ดุลยพินิจในการไม่เปิดเผยสำนวนเพื่อไม่ให้กระทบต่อผู้มีส่วนได้เสียในการสอบสวน ขณะที่โจทก์เป็นรองประธาน กมธพยายามเชิญจำเลยที่ 2 มาชี้แจงหลายครั้ง จำเลยที่ 2 เชื่อและเข้าใจว่ามี กมธบางคนเป็น สสของพรรคการเมืองที่หัวหน้าพรรคเป็นผู้ต้องหาในคดีฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา (สลายการชุมนุมในเหตุการณ์ความไม่สงบปี 2553) ทำให้จำเลยที่ 2 ให้ถ้อยคำเป็นพยานว่าโจทก์ก้าวก่ายแทรกแซงเรื่องชายชุดดำ เอื้อประโยชน์พรรคประชาธิปัตย์และผู้ต้องหา สิ่งที่ กมธปฏิบัติ ทำให้จำเลยที่ 2 เข้าใจว่าโจทก์ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ซึ่งจำเลยที่ 2 ให้ถ้อยคำในฐานะผู้มีส่วนได้เสีย จึงถือว่าจำเลยที่ 2 ได้ทำหน้าที่โดยสุจริตแล้ว ย่อมได้รับความคุ้มครอง ไม่มีความผิด พิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137 และ 267 ฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จ และให้เจ้าพนักงานจดแจ้งข้อความอันเป็นเท็จ เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษบทหนักสุดฐานให้เจ้าพนักงานจดแจ้งข้อความอันเป็นเท็จ จำคุก 1 ปี แต่ทางนำสืบเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุก 8 เดือน ส่วนจำเลยที่ 2 ให้ยกฟ้อง ต่อมานายเรืองไกรได้ยื่นหลักทรัพย์เป็นเงินสด 1 แสนบาท ขอปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์ โดยศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ประกันตัวไปโดยไม่ได้กำหนดเงื่อนไขใดๆ นายวัชระกล่าวภายหลังรับทราบคำพิพากษาว่า เคารพคำตัดสินศาล โดยในส่วนนายธาริตนั้น ได้ให้ทนายความมาบอกว่า คนอื่นชั่วกว่าตั้งเยอะแยะ คุณวัชระยังปล่อยไป เอาตนเองไว้เป็นเพื่อนสักคน และขอว่าอย่าอุทธรณ์ได้ไหม ซึ่งไม่แน่ใจว่าหากรับนายธาริตไว้เป็นเพื่อนแล้วจะมีอะไรตามมาบ้าง จะขอดูความประพฤติของนายธาริตก่อน เพราะตามหลักกฎหมายต้องอุทธรณ์ภายใน 30 วัน และมูลเหตุในการฟ้องคดีไม่ใช่เรื่องส่วนตัว แต่เป็นเรื่องข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่ไม่ยอมรับอำนาจของ กมธ ซึ่งเป็นตัวแทนฝ่ายนิติบัญญัติ อีกทั้งยังไปให้การเท็จต่อ กกต เพื่อหวังให้ กกตส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ซึ่งหากศาลวินิจฉัยว่าผิด จะทำให้ขาดสมาชิกภาพไม่ได้เป็น สสต่อไป แต่โชคดีที่ กกตยกคำร้อง ไม่เห็นด้วยกับการร้องเรียนของนายเรืองไกรและนายธาริต เพราะไปให้ถ้อยคำอันเป็นเท็จต่อ กกต จากคำพิพากษาศาลชั้นต้น ถือว่าศาลท่านมีเมตตามาก แต่ในส่วนของผมจะยื่นอุทธรณ์ขอให้ศาลเพิ่มโทษแน่นอน เนื่องจากนายเรืองไกรไม่ได้มีพฤติกรรมสำนึกผิดใดๆ นอกจากนี้ โดยสามัญสำนึกแล้วโจทก์ย่อมอุทธรณ์ต่อศาลสูง เพื่อให้คลายข้อสงสัยตามหลักวิชาการ เมื่อมีคำพิพากษาจึงต้องขอหารือกับผู้ใหญ่ในพรรคก่อน นายวัชระกล่าว

  • เยี่ยมชมบล็อก:86196
  • จำนวนบล็อกโพสต์: 449
  • กลุ่มผู้ใช้: ผู้ใช้ทั่วไป
  • เวลาลงทะเบียน:2021-09-21 17:32:55
  • ตรารับรอง:
รายละเอียดส่วนบุคคล

บี้ปลดล็อกการเมือง 55พรรคโวยทำงานยาก/สนชยื่นตีความกมสส 29 มีนาคม พศ 2561 เวลา 00:01 น

ที่เก็บบทความ

2015(723)

2014(973)

2013(351)

2012(33)

การสมัครสมาชิก

การจำแนกประเภท: ทอม

empire777 online casino,นอกจากนี้จะเร่งปรับรูปแบบรถเร่ให้มีมาตรฐาน มีหน้าตาที่ดูทันสมัย เพื่อดึงดูดลูกค้าด้วย อย่างไรก็ตามการส่งเสริมรถเร่นั้น จะดำเนินการเหมือนกับการส่งเสริมรถฟู้ดทรัค ที่จำหน่ายอาหารปรุงสำเร็จ โดยจะมีการสร้างรูปแบบให้มีมาตรฐาน จากนั้นจะให้หน่วยงานกระทรวงพาณิชย์เข้าไปช่วยเหลือ คาดว่าจะเริ่มได้ภายในเดือนเมยนี้ 2561 นี้แม้ท่านจะอ้างเป็นการปฏิบัติหน้าที่ทางกฎหมาย แต่ผมก็มีความจำเป็นต้องใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญปกป้องตัวเองเมื่อรู้สึกว่านี่คือการละเมิดสิทธิของผม สล็อต xo แจก เครดิต ฟรีขณะที่นายศุภชัย ใจสมุทร รองเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าฟังการชี้แจงของกกตว่า พรรคกังวลเกี่ยวกับระยะเวลา 30 วัน ตามคำสั่ง คสช ที่ 53/2560 เกี่ยวกับเงื่อนไขการจ่ายค่าบำรุงพรรคการเมืองว่า สมาชิกที่ไม่สามารถจ่ายเงินได้ทันภายใน 30 วัน ยังจะต้องจ่ายค่าบำรุงพรรคต่อหรือไม่ และจะมีสถานะความเป็นสมาชิกดำรงอยู่ได้หรือไม่ อย่างไรก็ตามการมารับฟัง กกต อย่างพร้อมเพรียงในวันนี้ แสดงให้เห็นถึงความพร้อมของพรรคการเมืองเก่าต่อการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น และเชื่อมั่นว่าพลอ ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช จะทำตามที่ให้สัญญาไว้ ว่าการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นไม่เกินเดือนกพ ปี 2562 บุ๋ม-รัญญา ศิยานนท์ นักแสดงและผู้กำกับละครฝีมือดี ควงแฟนสาวหล่อนักการเมืองชื่อดัง เอื้อง-ชมพูนุช นาครทรรพ มาเปิดใจในรายการ คุยแซ่บShow ทางช่อง one31 ถึงอดีตคนรักเก่าของสาวบุ๋ม ที่ผ่านมาถ้าถามพี่ แต่ไหนแต่ไรมาพี่ไม่ได้ปิดอยู่แล้ว แต่กับอีกคนด้วยหน้าที่การงานของเขา เขาจะออกสื่อที่เป็นสื่อการเมือง เจอกันได้ยังไง บังเอิญค่ะ ไปงานปาร์ตี้ที่หัวหิน เขาก็ไปพักผ่อนพอดี ก็ไปเที่ยว เราไม่นึกว่าจะต้องไป แต่กลุ่มที่ไปก็ไม่สนิทนะ วันที่ไปเราจะกลับบ้านแล้วเพราะเราเหนื่อยมาก รถติดมาก แต่เพื่อนบอกไปเถอะนะ ใกล้จะถึงแล้ว นึกไม่ออกว่าเป็นรักแรกพบไหม คือเราแก่แล้ว แต่เราชอบคนเสียงเพราะ เป็นคนชอบคนพูดภาษาอังกฤษ แล้วคนนี้เขาก็พูดภาษาอังกฤษได้ เรารู้สึกว่าน่ารักดีเนอะ ก็แลกไลน์กัน แต่จำไม่ได้ใครขอก่อน แต่ใช้เวลาคุยกัน 2 เดือนถึงเป็นแฟนกัน สำหรับอายุอย่างนี้

ผมก็ไม่ได้หวั่นเกรงอะไร ทั้งยังเตรียมตัวเตรียมใจเผชิญหน้ากับชะตากรรมที่ไม่ปรารถนานี้เสียด้วยซ้ำ ถือเป็นอาการเจ็บป่วยทางจิตใจที่สำคัญซึ่งไม่อาจมองข้ามได้ เพราะโรคซึมเศร้าเป็นสาเหตุหนึ่งของการฆ่าตัวตาย และมีรายงานระบุว่า ผู้สูงวัยมักจะเป็นโรคนี้เพิ่มมากขึ้นกว่าวัยอื่นๆ ฉะนั้นการเรียนรู้ให้ห่างไกลจากโรคร้ายเงียบนี้ อยู่ที่เราต้องพยายามปรับเปลี่ยนวิธีคิดและพฤติกรรมใช้ชีวิตของตัวเอง อาทิ หลีกเลี่ยงการอยู่คนเดียว พยายามปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่เกิดขึ้นในวัยนี้ ทำกิจกรรมหรืองานอดิเรก รวมทั้งทำกิจกรรมเข้าสังคมร่วมกับผู้อื่น หากอาการไม่ดีขึ้นควรพบแพทย์เพื่อขอคำแนะนำนะคะ เว็บ บา คา ร่า แนะ นํา ศาลลงดาบหนักจอมร้อง เรืองไกร คุก 8 เดือนแจ้งเท็จกล่าวหา วัชระ แทรกแซงดีเอสไอเรื่องชายชุดดำ ส่วน ธาริต รอดแต่หวั่นถูกอุทธรณ์ รีบให้ทนายมากระแซะขอเป็นเพื่อน แจ็คเตรียมยื่นเพิ่มโทษจอมฟ้องเหตุไม่สำเหนียกเมื่อเวลา 1100 น วันที่ 28 มีค ที่ศาลแขวงดอนเมือง ผู้พิพากษาได้อ่านคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำ อ812/2559 ที่นายวัชระ เพชรทอง อดีต สสพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป) เป็นโจทก์ ฟ้องนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกวุฒิสภา และเป็นทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทย จำเลยที่ 1 และนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) จำเลยที่ 2 ในข้อหาแจ้งความเท็จ ให้พนักงานจดแจ้งข้อความอันเป็นเท็จ และหมิ่นประมาท โดยนายวัชระระบุคำฟ้องว่า นายเรืองไกรได้ร้องเรียนคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต) ว่านายวัชระ ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ) การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน คนที่ 1 ในขณะนั้น ร่วมกับนายศุภชัย ศรีหล้า ประธาน กมธพัฒนาการเมืองฯ จงใจใช้สถานะหรือตำแหน่ง สสเข้าไปก้าวก่าย หรือแทรกแซงการทำงานของนายธาริต โดยเรียกนายธาริตมาให้การเรื่องชายชุดดำในเหตุการณ์ความไม่สงบเดือนเมย-พค2553 ที่สภาผู้แทนราษฎร โดยไม่มีอำนาจและเป็นการเอื้อประโยชน์ให้ ปชป และไม่ได้มีมติของ กมธ เป็นการขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พศ2550 มาตรา 266 (1) โดยนายเรืองไกรและนายธาริตขณะเป็นอธิบดีดีเอสไอได้ไปให้การยืนยันข้อความอันเท็จต่อเจ้าพนักงาน กกต ซึ่งศาลได้มีคำสั่งให้ประทับรับฟ้องคดีไว้พิจารณา ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า นายวัชระเป็นรองประธาน กมธขณะนั้น เรียกนายธาริตไปชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีชายชุดดำ ต่อมาวันที่ 18 มีค2556 นายเรืองไกรได้มีหนังสือถึง กกตว่านายวัชระเข้าไปก้าวก่ายแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ของนายธาริตขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ จากนั้นได้ให้ถ้อยคำต่อเจ้าพนักงาน กกต และคณะกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงของ กกต ซึ่งศาลต้องวินิจฉัยว่านายเรืองไกรกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า นายวัชระและนายศุภชัยได้เบิกความว่าได้ทำหนังสือเชิญถูกต้องชอบด้วยกฎหมาย แต่นายเรืองไกรไม่มีพยานหลักฐานมานำสืบแก้ให้เห็นว่านายวัชระจงใจก้าวก่ายแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ของนายธาริตอย่างไร พยานนายวัชระจึงมีน้ำหนักน่าเชื่อถือ ประกอบกับนายเรืองไกรได้ให้การต่อ กกตยืนยันข้อเท็จจริงประสงค์ให้ กกตพิจารณาว่านายวัชระจงใจก้าวก่ายเกินเลยมากกว่าการแสดงความคิดเห็นท้วงติงและการคาดคะเนส่วนตัว จำเลยที่ 1 เคยเป็น สวมาก่อน ย่อมทราบกระบวนการแสวงหาข้อเท็จจริง ประกอบกับจำเลยที่ 1 ไม่มีส่วนได้เสียใดๆ การใช้สิทธิของต้องไม่เกินเลยขอบเขตกฎหมาย จึงไม่ได้รับการคุ้มครอง พยานหลักฐานจำเลยที่ 1 ไม่อาจหักล้างพยานโจทก์ได้ เป็นการให้ข้อความอันเป็นเท็จในเอกสารราชการ จึงผิดตามฟ้อง ส่วนจำเลยที่ 2 นั้น ศาลเห็นว่าโจทก์ต้องนำสืบจนปราศจากข้อสงสัยว่าจำเลยที่ 2 แบ่งหน้าที่ร่วมกระทำความผิดกับจำเลยที่ 1 อย่างไร ลำพังจำเลยที่ 2 ไปให้ถ้อยคำต่อ กกต ยังไม่พอฟังได้ว่าร่วมกระทำผิด เนื่องจากจำเลยที่ 2 เป็นอธิบดีดีเอสไอและหัวหน้าพนักงานสอบสวน ย่อมมีอำนาจใช้ดุลยพินิจในการไม่เปิดเผยสำนวนเพื่อไม่ให้กระทบต่อผู้มีส่วนได้เสียในการสอบสวน ขณะที่โจทก์เป็นรองประธาน กมธพยายามเชิญจำเลยที่ 2 มาชี้แจงหลายครั้ง จำเลยที่ 2 เชื่อและเข้าใจว่ามี กมธบางคนเป็น สสของพรรคการเมืองที่หัวหน้าพรรคเป็นผู้ต้องหาในคดีฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา (สลายการชุมนุมในเหตุการณ์ความไม่สงบปี 2553) ทำให้จำเลยที่ 2 ให้ถ้อยคำเป็นพยานว่าโจทก์ก้าวก่ายแทรกแซงเรื่องชายชุดดำ เอื้อประโยชน์พรรคประชาธิปัตย์และผู้ต้องหา สิ่งที่ กมธปฏิบัติ ทำให้จำเลยที่ 2 เข้าใจว่าโจทก์ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ซึ่งจำเลยที่ 2 ให้ถ้อยคำในฐานะผู้มีส่วนได้เสีย จึงถือว่าจำเลยที่ 2 ได้ทำหน้าที่โดยสุจริตแล้ว ย่อมได้รับความคุ้มครอง ไม่มีความผิด พิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137 และ 267 ฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จ และให้เจ้าพนักงานจดแจ้งข้อความอันเป็นเท็จ เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษบทหนักสุดฐานให้เจ้าพนักงานจดแจ้งข้อความอันเป็นเท็จ จำคุก 1 ปี แต่ทางนำสืบเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุก 8 เดือน ส่วนจำเลยที่ 2 ให้ยกฟ้อง ต่อมานายเรืองไกรได้ยื่นหลักทรัพย์เป็นเงินสด 1 แสนบาท ขอปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์ โดยศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ประกันตัวไปโดยไม่ได้กำหนดเงื่อนไขใดๆ นายวัชระกล่าวภายหลังรับทราบคำพิพากษาว่า เคารพคำตัดสินศาล โดยในส่วนนายธาริตนั้น ได้ให้ทนายความมาบอกว่า คนอื่นชั่วกว่าตั้งเยอะแยะ คุณวัชระยังปล่อยไป เอาตนเองไว้เป็นเพื่อนสักคน และขอว่าอย่าอุทธรณ์ได้ไหม ซึ่งไม่แน่ใจว่าหากรับนายธาริตไว้เป็นเพื่อนแล้วจะมีอะไรตามมาบ้าง จะขอดูความประพฤติของนายธาริตก่อน เพราะตามหลักกฎหมายต้องอุทธรณ์ภายใน 30 วัน และมูลเหตุในการฟ้องคดีไม่ใช่เรื่องส่วนตัว แต่เป็นเรื่องข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่ไม่ยอมรับอำนาจของ กมธ ซึ่งเป็นตัวแทนฝ่ายนิติบัญญัติ อีกทั้งยังไปให้การเท็จต่อ กกต เพื่อหวังให้ กกตส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ซึ่งหากศาลวินิจฉัยว่าผิด จะทำให้ขาดสมาชิกภาพไม่ได้เป็น สสต่อไป แต่โชคดีที่ กกตยกคำร้อง ไม่เห็นด้วยกับการร้องเรียนของนายเรืองไกรและนายธาริต เพราะไปให้ถ้อยคำอันเป็นเท็จต่อ กกต จากคำพิพากษาศาลชั้นต้น ถือว่าศาลท่านมีเมตตามาก แต่ในส่วนของผมจะยื่นอุทธรณ์ขอให้ศาลเพิ่มโทษแน่นอน เนื่องจากนายเรืองไกรไม่ได้มีพฤติกรรมสำนึกผิดใดๆ นอกจากนี้ โดยสามัญสำนึกแล้วโจทก์ย่อมอุทธรณ์ต่อศาลสูง เพื่อให้คลายข้อสงสัยตามหลักวิชาการ เมื่อมีคำพิพากษาจึงต้องขอหารือกับผู้ใหญ่ในพรรคก่อน นายวัชระกล่าว ข่าวเศร้า พ่อสามี ยิงลูกสะใภ้ที่กำลังอุ้มลูกน้อยวัยแค่ขวบเศษ ด้วยปัญหาครอบครัวไม่ลงรอย ไม่ว่าจะเกิดจากอารมณ์ชั่ววูบ สติแตก หรือสะสมความรู้สึกมานานก็แล้วแต่ นับว่าเป็นอุทาหรณ์สอนใจได้อย่างดีอีกกรณีหนึ่งว่า มนุษย์เมื่อแก่ชราลงแล้ว สุขภาพร่างกายความแข็งแรงถดถอยลงไปตามกาลเวลา แต่ กิเลส กลับไม่ได้ลดน้อยลงไปตามอายุเลย เมื่อไม่สามารถบริหารจัดการกับกิเลส ตัวกูของกู ความคิดเห็นของฉัน ความรู้สึกส่วนตัว ทั้งๆ ที่อายุมากขึ้น คุณภาพชีวิต หรือพฤติกรรมการแสดงออกย่อมไม่แตกต่างจากเด็กวัยคึกคะนอง หรือวัยที่อารมณ์ร้อน ถ้าอายุมากขึ้น แล้วรู้จักอยู่ให้เป็น คิดให้ถูก ปัญหาน้อยอกน้อยใจคงไม่เกิดขึ้นจนบานปลายกลายเป็นโศกนาฏกรรมนะคะ หรือแม้อาจจะเกิดขึ้นบ้างบางครั้งบางคราว แต่ถ้ารู้จัก ชรากถาก็คงสามารถดับทุกข์ได้ไม่มากก็น้อย ชรากถาที่ว่า จำกันได้ไหมคะ เป็นข้อเขียนของ มรวคึกฤทธิ์ ปราโมช อดีตนายกรัฐมนตรีและนักเขียนนิยาย สี่แผ่นดิน ค่ะ ท่านเขียนไว้เมื่อตอนอายุ 74 ปีหรือเมื่อปี 2528 มีดังนี้ค่ะ 1อาศัยอยู่ในบ้านของตัวเองอย่างเป็นส่วนตัวและเป็นอิสระ 2ถือครองเงินฝากธนาคารและทรัพย์ไว้กับตัวเอง 3อย่าไปคาดหวังว่าลูกเต้าจะดูแลตอนแก่ 4หาเพื่อนเพิ่มคบทุกวัย 5อย่าเปรียบตัวเองกับคนอื่น 6อย่าไปยุ่งวุ่นวายกับชีวิตลูก 7อย่าเอาความชรามาเป็นข้ออ้าง เพื่อเรียกร้องความเคารพนับถือและความสนใจ 8ให้ฟังเสียงผู้อื่นแต่ให้วิเคราะห์และปฏิบัติตามที่คิดอย่างอิสระ 9ให้สวดมนต์แต่อย่าร้องขอจากพระ 10ข้อสุดท้ายอย่าเพิ่งตาย เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจนทำให้ลูกสะใภ้เสียชีวิต แม้หลานและลูกชายรอดตาย แต่คุณพ่อใจร้อนก็ต้องตายตกตามกันไป ด้วยการยิงตัวเองหนีความผิดนั้น ฟ้องบอกว่า คุณพ่อวัย 67 ปี อ่อนแอในข้อ 6 และข้อ 7 อย่างมาก ใครที่ยังปฏิบัติในข้อ 10 ได้อยู่ ก็ไม่ควรมองข้ามชรากถาบทที่ว่านี้นะคะ หากต้องการใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างมีคุณภาพและมีความสุข ป้าเอง

อ่าน(111) | แสดงความคิดเห็น(496) | ส่งต่อ(975) |

ก่อนหน้านี้:lucia8bet 1️⃣2021

ต่อไป:ro slotxo 1️⃣2021

ฝากของไว้ให้เจ้าของ!~~

วาโมเรโนส 2021-09-21

จินเย่ นางสายใจผู้เป็นแม่ เล่าว่า วันที่ 24 มีคที่ผ่านมา เวลา 1800 น น้องเชียร์ ได้ขออนุญาตแม่จะออกไปซื้อของที่ร้านค้าข้างโรงเรียนโป่งน้ำร้อนที่เรียนหนังสืออยู่ เพื่อจะมาทำการบ้านส่งครู พร้อมกับยืมรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้า เวฟ สีดำ หมายเลขทะเบียน ขกค 177 จันทบุรี ของลุงข้างบ้าน ขี่ออกจากบ้าน หลังจากนั้นไม่ได้กลับบ้าน ซึ่งแม่รอจนดึกคิดว่าลูกคงนอนค้างที่บ้านญาติ รอจนเช้าจึงออกตามหาที่บ้านญาติก็ไม่พบ กระทั่งตามหาที่บ้านเพื่อนที่เรียนด้วยกันต่างก็ไม่ทราบ จากนั้นพยายามตามหาทุกที่ที่คิดว่าน้องเชียร์จะไปก็ไม่เจอ จนวันนี้ 4วันแล้วกินก็ไม่ได้ นอนก็ไม่หลับ จึงตัดสินใจเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ช่วยติดตาม หรือถ้าท่านใดพบน้องเชียร์ ให้โทรแจ้งที่เบอร์ 088-1973455 หรือติดต่อที่ สภโป่งน้ำร้อน จะขอบพระคุณเป็นสูง

สหายของนางซูจีผู้นี้เป็นบุคคลวงในที่ร่วมต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับนางระหว่างการเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตยเมื่อปี 2531 และโดนรัฐบาลทหารสมัยนั้นปราบปรามอย่างรุนแรง ตัวเขาและผู้ร่วมเคลื่อนไหวอีกหลายคนกลายเป็นนักโทษการเมือง

จักรพรรดิหวู่ฮั่น Liu Che 2021-09-21 17:32:55

ศาลขอนแก่นเบิกตัว เปรี้ยว กับพวกไต่สวนฉุกเฉินคดีละเมิดอำนาจศาลหลังภาพหลุดแช้ตกับบุคคลภายนอก ทนายเผยเตือนแล้วห้ามนำมือถือเข้าห้องพิจารณา แต่ไม่ฟัง ล่าสุดศาลสั่งจำคุกคนละ 2 เดือน ปรับ 500 บาท ปรานีรอลงอาญา 1 ปี เมื่อเวลา 1300 น วันที่ 28 มีนาคมนี้ ศาลจังหวัดขอนแก่นได้มีคำสั่งเบิกตัว นสปรียานุช โนนวังชัย หรือเปรี้ยว, นสกวิตา ราชดา หรือเอิร์น ผู้ต้องหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน จากเรือนจำกลางขอนแก่น และ นสจิดารัตน์ พรหมคุณ หรือเบนซ์ ผู้ต้องหาในคดีเดียวกันซึ่งอยู่ในระหว่างการประกันตัวของกองทุนยุติธรรม มาขึ้นศาลตามการนัดไต่สวนฉุกเฉิน หลังมีภาพหลุดของผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ซึ่งอยู่ในระหว่างการพิจารณาคดี ทำการถ่ายภาพและพูดคุยกับบุคคลภายนอกผ่านโซเชียลมีเดีย จนกระทั่งศาลยุติธรรมมีการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด และพบว่าภาพดังกล่าวถูกถ่ายขึ้นในวันที่ 13 มีค จึงตั้งขัอกล่าวหาผู้ต้องหาทั้งหมดว่ามีความผิดฐานละเมิดศาล นายธนัญชัย วงษ์ซ้าย ทนายความของ นสจิดารัตน์ พรหมคุณ หรือ นสเบนซ์ กล่าวว่า ศาลได้ขอเบิกตัว นสเปรี้ยว, นสเอิร์น รวมถึง นสเบนซ์ มาทำการไต่สวนในช่วงบ่ายวันนี้ ทั้งนี้ ในฐานะทนายความได้มีการติดต่อไปยังลูกความหลังมีภาพเผยแพร่ออกไป โดย นสเบนซ์ยอมรับว่าได้ใช้โทรศัพท์มือถือของตนเองถ่ายภาพในห้องพิจารณาคดีที่ศาลจริง โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นวันที่ 13 มีคที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันที่ศาลนัดสอบพยานโจทก์วันสุดท้าย ในวันดังกล่าว ทีมทนายความฝ่ายจำเลยทุกคนได้มุ่งเน้นไปในเรื่องของการไต่สวนโดยไม่ทันสังเกตุลูกความตัวเอง ส่วนรายละเอียดข้อความในแช้ตนั้นยังไม่ได้สอบถามว่าใครเป็นคนคุยแช้ตบ้าง ทั้งนี้ โดยส่วนตัวคิดว่าลูกความเจตนา เพราะที่ผ่านมา กฎระเบียบและข้อห้ามต่างๆ ทนายความจะบอกกับลูกความทุกคนทุกครั้งก่อนเข้าห้องพิจารณาคดี ว่าห้ามนำโทรศัพท์มือถือ เครื่องอัดเสียงเข้าไป แต่ลูกความไม่เชื่อแล้วยังถ่ายรูปในห้องพิจารณาของศาลอีก จึงเชื่อว่าลูกความมีเจตนา นายธนัญชัยกล่าวว่า ขณะนี้ทนายฝ่ายจำเลยทุกคนได้หารือเพื่อหาทางออกร่วมกันในคดีละเมิดศาลนี้ โดยยังคงมีความหวังว่าศาลท่านจะเมตตาลูกความทั้ง 3 คน แต่ผลการพิจารณาจะเป็นแบบใดนั้น ไม่สามารถล่วงอำนาจศาลท่านได้ อย่างไรก็ตาม จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นสเบนซ์มีความกังวลอย่างมาก เพราะขณะนี้ยังคงอยู่ในช่วงของการประกันตัวด้วยเงินจากกองทุนยุติธรรม ดังนั้นเมื่อเกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้ขึ้น ทำให้ยังไม่ทราบว่าสำนักงานยุติธรรมจังหวัดขอนแก่นจะมีการพิจารณาแบบใดต่อไป มีรายงานต่อมาว่า ในช่วงบ่าย ศาลได้ไต่สวนฉุกเฉินผู้ต้องหาทั้ง 3 คนเสร็จแล้ว ก่อนมีคำสั่งศาลให้จำคุกผู้ต้องหาทั้ง 3 คน เป็นเวลา 2 เดือน ปรับคนละ 500 บาท โดยให้รอลงอาญา 1 ปี ทันทีที่ศาลอ่านคำพิพากษาแล้วเสร็จ จึงมีคำสั่งให้ตำรวจศาลทำการควบคุมตัว นสเปรี้ยว และ นสเอิร์น กลับลงไปห้องควบคุมตัวผู้ต้องหาบริเวณชั้น 1 ของอาคารศาลทันที เพื่อส่งตัวให้กับเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์กลับไปทำการคุมขังที่เรือนจำกลางขอนแก่นเช่นเดิม ขณะที่ นสเบนซ์ ทีมทนายความได้นำตัวไปชำระค่าปรับกับทางศาลก่อนที่อนุญาตให้เดินทางกลับ ตามสิทธิ์ของการประกันตัวของกองทุนยุติธรรม นายธนัญชัย วงษ์ซ้าย ทนายความของ นสจิดารัตน์ พรหมคุณ หรือเบนซ์ กล่าวว่า ในการพิจารณาไต่สวนครั้งนี้ ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าร่วมกันทำจริง โดยกระทำการในช่วงบ่ายของวันที่ 13 มีค ในห้องพิจารณาคดี ศาลจึงทำการวินิจฉัยตามที่ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ โดยส่วนตัวมองว่าการกระทำของผู้ต้องหาทั้ง 3 คนนั้น ทำเพราะคึกคะนองตามวัย ไม่มีเจตนาที่จะละเมิดอำนาจศาล ส่วนจะคุยกับบุคคลใดนั้นหรือคุยอย่างไรนั้น ทนายความไม่ขอเปิดเผยและไม่ได้ลงลึกในรายละเอียด เนื่องจากการไต่สวนผู้ต้องหาทั้ง 3 ให้การรับสารภาพ ดังนั้นศาลจึงมีคำสั่งดังกล่าวออกมาเพื่อตักเตือนผู้ที่ละเมิดอำนาจศาล และให้เป็นบรรทัดฐานหากกระทำการฝ่าฝืนคำสั่ง ซึ่งถือเป็นตัวอย่างที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจน จากนี้ไปเหลือเพียงขั้นตอนสุดท้ายคือการพิจารณาคดีในคดีหลัก คือการร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนของผู้ต้องหาทั้ง 5 คน ซึ่ง นสเบนซ์ให้การรับสารภาพในข้อหารับของโจรไปแล้ว โดยศาลได้นัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 29 มิย2561 ซึ่งผู้ต้องหาทั้ง 5 จะต้องมาฟังคำสั่งศาลครบทุกคน นายธนัญชัยเปิดเผย

แบร์ ยัน 2021-09-21 17:32:55

สภาพม่าเลือกสหายอองซาน ซูจี รับตำแหน่งประธานาธิบดีคนใหม่ 28 มีนาคม พศ 2561 เวลา 16:35 น รัฐสภาพม่าลงคะแนนเลือก วิน มินต์ สหายผู้ภักดีของนางอองซาน ซูจี ขึ้นเป็นประธานาธิบดีพม่าคนใหม่ แทนที่ ถิ่น จอ ที่ลาออกเมื่อสัปดาห์ที่แล้วเพราะปัญหาสุขภาพ ส่งผลให้นางซูจียังคงกุมอำนาจการตัดสินใจเหนือประธานาธิบดีไว้ได้มั่น, ศาลขอนแก่นเบิกตัว เปรี้ยว กับพวกไต่สวนฉุกเฉินคดีละเมิดอำนาจศาลหลังภาพหลุดแช้ตกับบุคคลภายนอก ทนายเผยเตือนแล้วห้ามนำมือถือเข้าห้องพิจารณา แต่ไม่ฟัง ล่าสุดศาลสั่งจำคุกคนละ 2 เดือน ปรับ 500 บาท ปรานีรอลงอาญา 1 ปี เมื่อเวลา 1300 น วันที่ 28 มีนาคมนี้ ศาลจังหวัดขอนแก่นได้มีคำสั่งเบิกตัว นสปรียานุช โนนวังชัย หรือเปรี้ยว, นสกวิตา ราชดา หรือเอิร์น ผู้ต้องหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน จากเรือนจำกลางขอนแก่น และ นสจิดารัตน์ พรหมคุณ หรือเบนซ์ ผู้ต้องหาในคดีเดียวกันซึ่งอยู่ในระหว่างการประกันตัวของกองทุนยุติธรรม มาขึ้นศาลตามการนัดไต่สวนฉุกเฉิน หลังมีภาพหลุดของผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ซึ่งอยู่ในระหว่างการพิจารณาคดี ทำการถ่ายภาพและพูดคุยกับบุคคลภายนอกผ่านโซเชียลมีเดีย จนกระทั่งศาลยุติธรรมมีการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด และพบว่าภาพดังกล่าวถูกถ่ายขึ้นในวันที่ 13 มีค จึงตั้งขัอกล่าวหาผู้ต้องหาทั้งหมดว่ามีความผิดฐานละเมิดศาล นายธนัญชัย วงษ์ซ้าย ทนายความของ นสจิดารัตน์ พรหมคุณ หรือ นสเบนซ์ กล่าวว่า ศาลได้ขอเบิกตัว นสเปรี้ยว, นสเอิร์น รวมถึง นสเบนซ์ มาทำการไต่สวนในช่วงบ่ายวันนี้ ทั้งนี้ ในฐานะทนายความได้มีการติดต่อไปยังลูกความหลังมีภาพเผยแพร่ออกไป โดย นสเบนซ์ยอมรับว่าได้ใช้โทรศัพท์มือถือของตนเองถ่ายภาพในห้องพิจารณาคดีที่ศาลจริง โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นวันที่ 13 มีคที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันที่ศาลนัดสอบพยานโจทก์วันสุดท้าย ในวันดังกล่าว ทีมทนายความฝ่ายจำเลยทุกคนได้มุ่งเน้นไปในเรื่องของการไต่สวนโดยไม่ทันสังเกตุลูกความตัวเอง ส่วนรายละเอียดข้อความในแช้ตนั้นยังไม่ได้สอบถามว่าใครเป็นคนคุยแช้ตบ้าง ทั้งนี้ โดยส่วนตัวคิดว่าลูกความเจตนา เพราะที่ผ่านมา กฎระเบียบและข้อห้ามต่างๆ ทนายความจะบอกกับลูกความทุกคนทุกครั้งก่อนเข้าห้องพิจารณาคดี ว่าห้ามนำโทรศัพท์มือถือ เครื่องอัดเสียงเข้าไป แต่ลูกความไม่เชื่อแล้วยังถ่ายรูปในห้องพิจารณาของศาลอีก จึงเชื่อว่าลูกความมีเจตนา นายธนัญชัยกล่าวว่า ขณะนี้ทนายฝ่ายจำเลยทุกคนได้หารือเพื่อหาทางออกร่วมกันในคดีละเมิดศาลนี้ โดยยังคงมีความหวังว่าศาลท่านจะเมตตาลูกความทั้ง 3 คน แต่ผลการพิจารณาจะเป็นแบบใดนั้น ไม่สามารถล่วงอำนาจศาลท่านได้ อย่างไรก็ตาม จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นสเบนซ์มีความกังวลอย่างมาก เพราะขณะนี้ยังคงอยู่ในช่วงของการประกันตัวด้วยเงินจากกองทุนยุติธรรม ดังนั้นเมื่อเกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้ขึ้น ทำให้ยังไม่ทราบว่าสำนักงานยุติธรรมจังหวัดขอนแก่นจะมีการพิจารณาแบบใดต่อไป มีรายงานต่อมาว่า ในช่วงบ่าย ศาลได้ไต่สวนฉุกเฉินผู้ต้องหาทั้ง 3 คนเสร็จแล้ว ก่อนมีคำสั่งศาลให้จำคุกผู้ต้องหาทั้ง 3 คน เป็นเวลา 2 เดือน ปรับคนละ 500 บาท โดยให้รอลงอาญา 1 ปี ทันทีที่ศาลอ่านคำพิพากษาแล้วเสร็จ จึงมีคำสั่งให้ตำรวจศาลทำการควบคุมตัว นสเปรี้ยว และ นสเอิร์น กลับลงไปห้องควบคุมตัวผู้ต้องหาบริเวณชั้น 1 ของอาคารศาลทันที เพื่อส่งตัวให้กับเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์กลับไปทำการคุมขังที่เรือนจำกลางขอนแก่นเช่นเดิม ขณะที่ นสเบนซ์ ทีมทนายความได้นำตัวไปชำระค่าปรับกับทางศาลก่อนที่อนุญาตให้เดินทางกลับ ตามสิทธิ์ของการประกันตัวของกองทุนยุติธรรม นายธนัญชัย วงษ์ซ้าย ทนายความของ นสจิดารัตน์ พรหมคุณ หรือเบนซ์ กล่าวว่า ในการพิจารณาไต่สวนครั้งนี้ ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าร่วมกันทำจริง โดยกระทำการในช่วงบ่ายของวันที่ 13 มีค ในห้องพิจารณาคดี ศาลจึงทำการวินิจฉัยตามที่ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ โดยส่วนตัวมองว่าการกระทำของผู้ต้องหาทั้ง 3 คนนั้น ทำเพราะคึกคะนองตามวัย ไม่มีเจตนาที่จะละเมิดอำนาจศาล ส่วนจะคุยกับบุคคลใดนั้นหรือคุยอย่างไรนั้น ทนายความไม่ขอเปิดเผยและไม่ได้ลงลึกในรายละเอียด เนื่องจากการไต่สวนผู้ต้องหาทั้ง 3 ให้การรับสารภาพ ดังนั้นศาลจึงมีคำสั่งดังกล่าวออกมาเพื่อตักเตือนผู้ที่ละเมิดอำนาจศาล และให้เป็นบรรทัดฐานหากกระทำการฝ่าฝืนคำสั่ง ซึ่งถือเป็นตัวอย่างที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจน จากนี้ไปเหลือเพียงขั้นตอนสุดท้ายคือการพิจารณาคดีในคดีหลัก คือการร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนของผู้ต้องหาทั้ง 5 คน ซึ่ง นสเบนซ์ให้การรับสารภาพในข้อหารับของโจรไปแล้ว โดยศาลได้นัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 29 มิย2561 ซึ่งผู้ต้องหาทั้ง 5 จะต้องมาฟังคำสั่งศาลครบทุกคน นายธนัญชัยเปิดเผย。พิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137 และ 267 ฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จ และให้เจ้าพนักงานจดแจ้งข้อความอันเป็นเท็จ เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษบทหนักสุดฐานให้เจ้าพนักงานจดแจ้งข้อความอันเป็นเท็จ จำคุก 1 ปี ทางนำสืบเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุก 8 เดือน ส่วนจำเลยที่ 2 ให้ยกฟ้อง。

คัมบาห์ 2021-09-21 17:32:55

ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือกันแล้วเห็นว่า จำเลยกระทำการอุกอาจไม่เกรงกลัวกฎหมาย ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาลงโทษจำเลยมานั้นเหมาะสมกับความผิดแล้ว ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน, ข่าวเศร้า พ่อสามี ยิงลูกสะใภ้ที่กำลังอุ้มลูกน้อยวัยแค่ขวบเศษ ด้วยปัญหาครอบครัวไม่ลงรอย ไม่ว่าจะเกิดจากอารมณ์ชั่ววูบ สติแตก หรือสะสมความรู้สึกมานานก็แล้วแต่ นับว่าเป็นอุทาหรณ์สอนใจได้อย่างดีอีกกรณีหนึ่งว่า มนุษย์เมื่อแก่ชราลงแล้ว สุขภาพร่างกายความแข็งแรงถดถอยลงไปตามกาลเวลา แต่ กิเลส กลับไม่ได้ลดน้อยลงไปตามอายุเลย เมื่อไม่สามารถบริหารจัดการกับกิเลส ตัวกูของกู ความคิดเห็นของฉัน ความรู้สึกส่วนตัว ทั้งๆ ที่อายุมากขึ้น คุณภาพชีวิต หรือพฤติกรรมการแสดงออกย่อมไม่แตกต่างจากเด็กวัยคึกคะนอง หรือวัยที่อารมณ์ร้อน ถ้าอายุมากขึ้น แล้วรู้จักอยู่ให้เป็น คิดให้ถูก ปัญหาน้อยอกน้อยใจคงไม่เกิดขึ้นจนบานปลายกลายเป็นโศกนาฏกรรมนะคะ หรือแม้อาจจะเกิดขึ้นบ้างบางครั้งบางคราว แต่ถ้ารู้จัก ชรากถาก็คงสามารถดับทุกข์ได้ไม่มากก็น้อย ชรากถาที่ว่า จำกันได้ไหมคะ เป็นข้อเขียนของ มรวคึกฤทธิ์ ปราโมช อดีตนายกรัฐมนตรีและนักเขียนนิยาย สี่แผ่นดิน ค่ะ ท่านเขียนไว้เมื่อตอนอายุ 74 ปีหรือเมื่อปี 2528 มีดังนี้ค่ะ 1อาศัยอยู่ในบ้านของตัวเองอย่างเป็นส่วนตัวและเป็นอิสระ 2ถือครองเงินฝากธนาคารและทรัพย์ไว้กับตัวเอง 3อย่าไปคาดหวังว่าลูกเต้าจะดูแลตอนแก่ 4หาเพื่อนเพิ่มคบทุกวัย 5อย่าเปรียบตัวเองกับคนอื่น 6อย่าไปยุ่งวุ่นวายกับชีวิตลูก 7อย่าเอาความชรามาเป็นข้ออ้าง เพื่อเรียกร้องความเคารพนับถือและความสนใจ 8ให้ฟังเสียงผู้อื่นแต่ให้วิเคราะห์และปฏิบัติตามที่คิดอย่างอิสระ 9ให้สวดมนต์แต่อย่าร้องขอจากพระ 10ข้อสุดท้ายอย่าเพิ่งตาย เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจนทำให้ลูกสะใภ้เสียชีวิต แม้หลานและลูกชายรอดตาย แต่คุณพ่อใจร้อนก็ต้องตายตกตามกันไป ด้วยการยิงตัวเองหนีความผิดนั้น ฟ้องบอกว่า คุณพ่อวัย 67 ปี อ่อนแอในข้อ 6 และข้อ 7 อย่างมาก ใครที่ยังปฏิบัติในข้อ 10 ได้อยู่ ก็ไม่ควรมองข้ามชรากถาบทที่ว่านี้นะคะ หากต้องการใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างมีคุณภาพและมีความสุข ป้าเอง 。 ฎีกายืนจำคุกตลอดชีวิต มือปืนมูเซอรับจ้าง 1 แสนบาทบุกยิง ผกกสภไทรงาม เสียชีวิตขณะล้างรถอยู่หน้าบ้านเมื่อปี 54 เมื่อเวลา 0930 น วันที่ 28 มีนาคมนี้ ที่ห้องพิจารณา 812 ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาคดีฆ่าผู้อื่น หมายเลขดำ อ3117/2554 ที่พนักงานอัยการคดีอาญา 9 เป็นโจทก์ฟ้องนายสิมู จะหย่อ อายุ 55 ปี ชาวเขาเผ่ามูเซอ เป็นจำเลยในความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา, พรบอาวุธปืน และอื่นๆ ตามฟ้องของอัยการโจทก์เมื่อวันที่ 2 สค2554 ระบุความผิดจำเลยสรุปว่า เมื่อคืนวันที่ 19 เมย2554 จำเลยกับพวกได้ใช้อาวุธปืนสั้นรีวอลเวอร์ ยี่ห้อสมิธ แอนด์ เวสสัน สเปเชียล ขนาด 357 ไม่มีทะเบียน ลูกกระสุนขนาด 38 ยิง พตอเกริกฤทธิ์ นิยมเสริม ผกกสภไทรงาม จกำแพงเพชร (ขณะนั้น) ขณะกำลังล้างรถยนต์ตู้บริเวณหน้าบ้านพักเลขที่ 282/67-68 ตนครสวรรค์ตก อเมืองนครสวรรค์ จนครสวรรค์ จนถึงแก่ความตายก่อนหลบหนีไป ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับกุมจำเลยได้พร้อมอาวุธปืนของกลาง และให้การรับสารภาพโดยตลอดว่า รับจ้างจากนายต่าย ไม่ทราบนามสกุล เป็นเงิน 1 แสนบาท มาฆ่าผู้ตาย คดีนี้เมื่อวันที่ 3 กค2557 ศาลชั้นต้นพิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำเลยกระทำผิดตามฟ้องจริง พิพากษาประหารชีวิต คำให้การของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาบ้าง ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุกจำเลยไว้ตลอดชีวิต ริบอาวุธปืนของกลาง จำเลยยื่นอุทธรณ์ขอให้ศาลอุทธรณ์ลดโทษให้ด้วย ต่อมาวันที่ 28 กค2559 ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น จำเลยจึงยื่นฎีกาขอให้ศาลฎีกาพิพากษาลดโทษให้บ้าง วันนี้เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้เบิกตัวนายสิมู จำเลย จากเรือนจำกลางบางขวางซึ่งสวมชุดต้องโทษ มาฟังคำพิพากษาศาลฎีกา โดยมีสีหน้าเรียบเฉยและไม่พูดอะไร ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือกันแล้วเห็นว่า จำเลยกระทำการอุกอาจไม่เกรงกลัวกฎหมาย ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาลงโทษจำเลยมานั้นเหมาะสมกับความผิดแล้ว ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน。

ว่างเปล่า 2021-09-21 17:32:55

ข่าวเศร้า พ่อสามี ยิงลูกสะใภ้ที่กำลังอุ้มลูกน้อยวัยแค่ขวบเศษ ด้วยปัญหาครอบครัวไม่ลงรอย ไม่ว่าจะเกิดจากอารมณ์ชั่ววูบ สติแตก หรือสะสมความรู้สึกมานานก็แล้วแต่ นับว่าเป็นอุทาหรณ์สอนใจได้อย่างดีอีกกรณีหนึ่งว่า มนุษย์เมื่อแก่ชราลงแล้ว สุขภาพร่างกายความแข็งแรงถดถอยลงไปตามกาลเวลา แต่ กิเลส กลับไม่ได้ลดน้อยลงไปตามอายุเลย เมื่อไม่สามารถบริหารจัดการกับกิเลส ตัวกูของกู ความคิดเห็นของฉัน ความรู้สึกส่วนตัว ทั้งๆ ที่อายุมากขึ้น คุณภาพชีวิต หรือพฤติกรรมการแสดงออกย่อมไม่แตกต่างจากเด็กวัยคึกคะนอง หรือวัยที่อารมณ์ร้อน ถ้าอายุมากขึ้น แล้วรู้จักอยู่ให้เป็น คิดให้ถูก ปัญหาน้อยอกน้อยใจคงไม่เกิดขึ้นจนบานปลายกลายเป็นโศกนาฏกรรมนะคะ หรือแม้อาจจะเกิดขึ้นบ้างบางครั้งบางคราว แต่ถ้ารู้จัก ชรากถาก็คงสามารถดับทุกข์ได้ไม่มากก็น้อย ชรากถาที่ว่า จำกันได้ไหมคะ เป็นข้อเขียนของ มรวคึกฤทธิ์ ปราโมช อดีตนายกรัฐมนตรีและนักเขียนนิยาย สี่แผ่นดิน ค่ะ ท่านเขียนไว้เมื่อตอนอายุ 74 ปีหรือเมื่อปี 2528 มีดังนี้ค่ะ 1อาศัยอยู่ในบ้านของตัวเองอย่างเป็นส่วนตัวและเป็นอิสระ 2ถือครองเงินฝากธนาคารและทรัพย์ไว้กับตัวเอง 3อย่าไปคาดหวังว่าลูกเต้าจะดูแลตอนแก่ 4หาเพื่อนเพิ่มคบทุกวัย 5อย่าเปรียบตัวเองกับคนอื่น 6อย่าไปยุ่งวุ่นวายกับชีวิตลูก 7อย่าเอาความชรามาเป็นข้ออ้าง เพื่อเรียกร้องความเคารพนับถือและความสนใจ 8ให้ฟังเสียงผู้อื่นแต่ให้วิเคราะห์และปฏิบัติตามที่คิดอย่างอิสระ 9ให้สวดมนต์แต่อย่าร้องขอจากพระ 10ข้อสุดท้ายอย่าเพิ่งตาย เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจนทำให้ลูกสะใภ้เสียชีวิต แม้หลานและลูกชายรอดตาย แต่คุณพ่อใจร้อนก็ต้องตายตกตามกันไป ด้วยการยิงตัวเองหนีความผิดนั้น ฟ้องบอกว่า คุณพ่อวัย 67 ปี อ่อนแอในข้อ 6 และข้อ 7 อย่างมาก ใครที่ยังปฏิบัติในข้อ 10 ได้อยู่ ก็ไม่ควรมองข้ามชรากถาบทที่ว่านี้นะคะ หากต้องการใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างมีคุณภาพและมีความสุข ป้าเอง , คบกัน 2 ปีครึ่ง เราก็ไม่คิดว่าจะคบกันนานขนาดนี้ คือเราต่างกันมาก ไม่ว่าจะหน้าที่การงาน นิสัย การใช้ชีวิต เราทะเลาะกันวันเว้นเวันเลยค่ะ วันละหลายรอบ คืออีโก้ใหญ่ก็เลยไม่ยอมกันทั้งคู่ ต่างคนต่างประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน เลยไม่มีการหย่อนให้กัน เวลาไปข้างนอกแรกๆจะโทร เขาบอกจะกลับเที่ยงคืน พอเลยเที่ยงคืนสิบห้าเราก็โทรถามแล้วอยู่ไหน คือเราไม่ใช่คนขี้หึง เป็นคนซื่อสัตย์ คนตรงเวลา คนรักษาสัจจะ ถ้าเรื่องเล็กๆ โกหกได้มันจะนำไปสู่เรื่องใหญ่ อยู่ด้วยกันปูนนี้แล้ว เอาความจริงมาคุยกันดีกว่า พอตอนหลังคิดว่า คนเราอยู่มา 50 ปีแล้ว ใช้ชีวิตแบบไหนก็ไปทำเลย เราไม่ตามแล้ว คือมันรู้สึกว่าการทะเลาะกันมันเป็นมลพิษของชีวิต เลยเอางี้อันไหนที่ทำให้ไม่มีความสุขเราเลิกไหม อันไหนไม่ไหวเลิกไหม ถ้าอันไหนยังไหวอยู่ก็บอกว่า ว่าไม่ชอบแบบไหน เราก็เลิกทุกอย่างที่เขาไม่ชอบ ไม่ใช่ยอมนะ รู้สึกว่า ถ้าเรารักเขา อยากอยู่กับเขาเราต้องแก้ปัญหา。 ฎีกายืนจำคุกตลอดชีวิต มือปืนมูเซอรับจ้าง 1 แสนบาทบุกยิง ผกกสภไทรงาม เสียชีวิตขณะล้างรถอยู่หน้าบ้านเมื่อปี 54 เมื่อเวลา 0930 น วันที่ 28 มีนาคมนี้ ที่ห้องพิจารณา 812 ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาคดีฆ่าผู้อื่น หมายเลขดำ อ3117/2554 ที่พนักงานอัยการคดีอาญา 9 เป็นโจทก์ฟ้องนายสิมู จะหย่อ อายุ 55 ปี ชาวเขาเผ่ามูเซอ เป็นจำเลยในความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา, พรบอาวุธปืน และอื่นๆ ตามฟ้องของอัยการโจทก์เมื่อวันที่ 2 สค2554 ระบุความผิดจำเลยสรุปว่า เมื่อคืนวันที่ 19 เมย2554 จำเลยกับพวกได้ใช้อาวุธปืนสั้นรีวอลเวอร์ ยี่ห้อสมิธ แอนด์ เวสสัน สเปเชียล ขนาด 357 ไม่มีทะเบียน ลูกกระสุนขนาด 38 ยิง พตอเกริกฤทธิ์ นิยมเสริม ผกกสภไทรงาม จกำแพงเพชร (ขณะนั้น) ขณะกำลังล้างรถยนต์ตู้บริเวณหน้าบ้านพักเลขที่ 282/67-68 ตนครสวรรค์ตก อเมืองนครสวรรค์ จนครสวรรค์ จนถึงแก่ความตายก่อนหลบหนีไป ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับกุมจำเลยได้พร้อมอาวุธปืนของกลาง และให้การรับสารภาพโดยตลอดว่า รับจ้างจากนายต่าย ไม่ทราบนามสกุล เป็นเงิน 1 แสนบาท มาฆ่าผู้ตาย คดีนี้เมื่อวันที่ 3 กค2557 ศาลชั้นต้นพิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำเลยกระทำผิดตามฟ้องจริง พิพากษาประหารชีวิต คำให้การของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาบ้าง ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุกจำเลยไว้ตลอดชีวิต ริบอาวุธปืนของกลาง จำเลยยื่นอุทธรณ์ขอให้ศาลอุทธรณ์ลดโทษให้ด้วย ต่อมาวันที่ 28 กค2559 ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น จำเลยจึงยื่นฎีกาขอให้ศาลฎีกาพิพากษาลดโทษให้บ้าง วันนี้เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้เบิกตัวนายสิมู จำเลย จากเรือนจำกลางบางขวางซึ่งสวมชุดต้องโทษ มาฟังคำพิพากษาศาลฎีกา โดยมีสีหน้าเรียบเฉยและไม่พูดอะไร ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือกันแล้วเห็นว่า จำเลยกระทำการอุกอาจไม่เกรงกลัวกฎหมาย ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาลงโทษจำเลยมานั้นเหมาะสมกับความผิดแล้ว ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน。

ฮิลล์ จุน 2021-09-21 17:32:55

ส่วนนายสุรทิน พิจารณ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ ได้เรียกร้องให้รัฐบาลและ คสช ยกเลิกคำสั่งที่ 57/2557 พร้อมขอให้ยกเลิกกระบวนการไพรมารีโหวต เนื่องจากจะเป็นอุปสรรคต่อการเลือกตั้ง พร้อมเสนอวันเลือกตั้งให้เกิดขึ้นวันที่ 30 ธค 2561, ศาลลงดาบหนักจอมร้อง เรืองไกร คุก 8 เดือนแจ้งเท็จกล่าวหา วัชระ แทรกแซงดีเอสไอเรื่องชายชุดดำ ส่วน ธาริต รอดแต่หวั่นถูกอุทธรณ์ รีบให้ทนายมากระแซะขอเป็นเพื่อน แจ็คเตรียมยื่นเพิ่มโทษจอมฟ้องเหตุไม่สำเหนียกเมื่อเวลา 1100 น วันที่ 28 มีค ที่ศาลแขวงดอนเมือง ผู้พิพากษาได้อ่านคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำ อ812/2559 ที่นายวัชระ เพชรทอง อดีต สสพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป) เป็นโจทก์ ฟ้องนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกวุฒิสภา และเป็นทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทย จำเลยที่ 1 และนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) จำเลยที่ 2 ในข้อหาแจ้งความเท็จ ให้พนักงานจดแจ้งข้อความอันเป็นเท็จ และหมิ่นประมาท โดยนายวัชระระบุคำฟ้องว่า นายเรืองไกรได้ร้องเรียนคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต) ว่านายวัชระ ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ) การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน คนที่ 1 ในขณะนั้น ร่วมกับนายศุภชัย ศรีหล้า ประธาน กมธพัฒนาการเมืองฯ จงใจใช้สถานะหรือตำแหน่ง สสเข้าไปก้าวก่าย หรือแทรกแซงการทำงานของนายธาริต โดยเรียกนายธาริตมาให้การเรื่องชายชุดดำในเหตุการณ์ความไม่สงบเดือนเมย-พค2553 ที่สภาผู้แทนราษฎร โดยไม่มีอำนาจและเป็นการเอื้อประโยชน์ให้ ปชป และไม่ได้มีมติของ กมธ เป็นการขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พศ2550 มาตรา 266 (1) โดยนายเรืองไกรและนายธาริตขณะเป็นอธิบดีดีเอสไอได้ไปให้การยืนยันข้อความอันเท็จต่อเจ้าพนักงาน กกต ซึ่งศาลได้มีคำสั่งให้ประทับรับฟ้องคดีไว้พิจารณา ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า นายวัชระเป็นรองประธาน กมธขณะนั้น เรียกนายธาริตไปชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีชายชุดดำ ต่อมาวันที่ 18 มีค2556 นายเรืองไกรได้มีหนังสือถึง กกตว่านายวัชระเข้าไปก้าวก่ายแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ของนายธาริตขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ จากนั้นได้ให้ถ้อยคำต่อเจ้าพนักงาน กกต และคณะกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงของ กกต ซึ่งศาลต้องวินิจฉัยว่านายเรืองไกรกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า นายวัชระและนายศุภชัยได้เบิกความว่าได้ทำหนังสือเชิญถูกต้องชอบด้วยกฎหมาย แต่นายเรืองไกรไม่มีพยานหลักฐานมานำสืบแก้ให้เห็นว่านายวัชระจงใจก้าวก่ายแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ของนายธาริตอย่างไร พยานนายวัชระจึงมีน้ำหนักน่าเชื่อถือ ประกอบกับนายเรืองไกรได้ให้การต่อ กกตยืนยันข้อเท็จจริงประสงค์ให้ กกตพิจารณาว่านายวัชระจงใจก้าวก่ายเกินเลยมากกว่าการแสดงความคิดเห็นท้วงติงและการคาดคะเนส่วนตัว จำเลยที่ 1 เคยเป็น สวมาก่อน ย่อมทราบกระบวนการแสวงหาข้อเท็จจริง ประกอบกับจำเลยที่ 1 ไม่มีส่วนได้เสียใดๆ การใช้สิทธิของต้องไม่เกินเลยขอบเขตกฎหมาย จึงไม่ได้รับการคุ้มครอง พยานหลักฐานจำเลยที่ 1 ไม่อาจหักล้างพยานโจทก์ได้ เป็นการให้ข้อความอันเป็นเท็จในเอกสารราชการ จึงผิดตามฟ้อง ส่วนจำเลยที่ 2 นั้น ศาลเห็นว่าโจทก์ต้องนำสืบจนปราศจากข้อสงสัยว่าจำเลยที่ 2 แบ่งหน้าที่ร่วมกระทำความผิดกับจำเลยที่ 1 อย่างไร ลำพังจำเลยที่ 2 ไปให้ถ้อยคำต่อ กกต ยังไม่พอฟังได้ว่าร่วมกระทำผิด เนื่องจากจำเลยที่ 2 เป็นอธิบดีดีเอสไอและหัวหน้าพนักงานสอบสวน ย่อมมีอำนาจใช้ดุลยพินิจในการไม่เปิดเผยสำนวนเพื่อไม่ให้กระทบต่อผู้มีส่วนได้เสียในการสอบสวน ขณะที่โจทก์เป็นรองประธาน กมธพยายามเชิญจำเลยที่ 2 มาชี้แจงหลายครั้ง จำเลยที่ 2 เชื่อและเข้าใจว่ามี กมธบางคนเป็น สสของพรรคการเมืองที่หัวหน้าพรรคเป็นผู้ต้องหาในคดีฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา (สลายการชุมนุมในเหตุการณ์ความไม่สงบปี 2553) ทำให้จำเลยที่ 2 ให้ถ้อยคำเป็นพยานว่าโจทก์ก้าวก่ายแทรกแซงเรื่องชายชุดดำ เอื้อประโยชน์พรรคประชาธิปัตย์และผู้ต้องหา สิ่งที่ กมธปฏิบัติ ทำให้จำเลยที่ 2 เข้าใจว่าโจทก์ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ซึ่งจำเลยที่ 2 ให้ถ้อยคำในฐานะผู้มีส่วนได้เสีย จึงถือว่าจำเลยที่ 2 ได้ทำหน้าที่โดยสุจริตแล้ว ย่อมได้รับความคุ้มครอง ไม่มีความผิด พิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137 และ 267 ฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จ และให้เจ้าพนักงานจดแจ้งข้อความอันเป็นเท็จ เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษบทหนักสุดฐานให้เจ้าพนักงานจดแจ้งข้อความอันเป็นเท็จ จำคุก 1 ปี แต่ทางนำสืบเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุก 8 เดือน ส่วนจำเลยที่ 2 ให้ยกฟ้อง ต่อมานายเรืองไกรได้ยื่นหลักทรัพย์เป็นเงินสด 1 แสนบาท ขอปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์ โดยศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ประกันตัวไปโดยไม่ได้กำหนดเงื่อนไขใดๆ นายวัชระกล่าวภายหลังรับทราบคำพิพากษาว่า เคารพคำตัดสินศาล โดยในส่วนนายธาริตนั้น ได้ให้ทนายความมาบอกว่า คนอื่นชั่วกว่าตั้งเยอะแยะ คุณวัชระยังปล่อยไป เอาตนเองไว้เป็นเพื่อนสักคน และขอว่าอย่าอุทธรณ์ได้ไหม ซึ่งไม่แน่ใจว่าหากรับนายธาริตไว้เป็นเพื่อนแล้วจะมีอะไรตามมาบ้าง จะขอดูความประพฤติของนายธาริตก่อน เพราะตามหลักกฎหมายต้องอุทธรณ์ภายใน 30 วัน และมูลเหตุในการฟ้องคดีไม่ใช่เรื่องส่วนตัว แต่เป็นเรื่องข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่ไม่ยอมรับอำนาจของ กมธ ซึ่งเป็นตัวแทนฝ่ายนิติบัญญัติ อีกทั้งยังไปให้การเท็จต่อ กกต เพื่อหวังให้ กกตส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ซึ่งหากศาลวินิจฉัยว่าผิด จะทำให้ขาดสมาชิกภาพไม่ได้เป็น สสต่อไป แต่โชคดีที่ กกตยกคำร้อง ไม่เห็นด้วยกับการร้องเรียนของนายเรืองไกรและนายธาริต เพราะไปให้ถ้อยคำอันเป็นเท็จต่อ กกต จากคำพิพากษาศาลชั้นต้น ถือว่าศาลท่านมีเมตตามาก แต่ในส่วนของผมจะยื่นอุทธรณ์ขอให้ศาลเพิ่มโทษแน่นอน เนื่องจากนายเรืองไกรไม่ได้มีพฤติกรรมสำนึกผิดใดๆ นอกจากนี้ โดยสามัญสำนึกแล้วโจทก์ย่อมอุทธรณ์ต่อศาลสูง เพื่อให้คลายข้อสงสัยตามหลักวิชาการ เมื่อมีคำพิพากษาจึงต้องขอหารือกับผู้ใหญ่ในพรรคก่อน นายวัชระกล่าว。สำหรับสายการบิน AC Aviation และ VIP Jets เป็นอีกทางเลือกให้กับนักท่องเที่ยวที่ชอบการเดินทางแบบเป็นส่วนตัว มีความหรูหรา และสะดวกสบาย เหมาะกับการติดต่อธุรกิจ นัดหมาย ซึ่งสามารถกำหนดตารางการเดินทางได้ด้วยตนเอง มีรูปแบบการให้บริการเป็นแบบเช่าเหมาลำ ส่งผลให้เกิดธุรกิจการบินขนาดเล็กที่สามารถรองรับการให้บริการเครื่องบินส่วนตัวจากกลุ่มนักธุรกิจและกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่จะเติบโตขึ้นในประเทศไทย。

ความคิดเห็นที่ร้อนแรง
กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

เข้าสู่ระบบ จดทะเบียน

สล็อต ซูโม่1️⃣LOOK618| dd99 เครดิต ฟรี1️⃣M98| เว็บไซต์ ค่า สิ โน ออนไลน์1️⃣M98| hibet891️⃣LOOK618| slotxo ฝาก 10 บาท ฟรี 90 บาท 1️⃣2021| ฝาก slotxo1️⃣M98| joker slot 6886 1️⃣2021| gclub vip8881️⃣LOOK618| slot4u1️⃣M98| slot 918 เครดิต ฟรี1️⃣LOOK618| รับ ปั่น บา คา ร่า ได้ เงิน จริง ไหม pantip1️⃣LOOK618| ยิง ปลา ฟรี 3001️⃣M98| รวม เว็บ บา คา ร่า1️⃣LOOK618| mafia500 เครดิต ฟรีฟรี เครดิต เดือน เกิด1️⃣LOOK618| joker123 slotxo1️⃣LOOK618| สล็อต cq91️⃣LOOK618| pg เติม วอ เลท1️⃣M98| slot4u pgslot1️⃣M98| สล็อต แตก ง่าย 1️⃣2021| เครดิต ฟรี ไม่ ต้อง แชร์ 918 1️⃣2021| jdb ทดลอง เล่น1️⃣M98| 777 สะ ลอด 1️⃣2021| ฝาก 1 บาท ฟรี 50 บาท 20211️⃣M98| เค ดิ ต ฟรี 120 1️⃣2021| 456xbet1️⃣M98| ทดลอง เล่น ยิง ปลา ฟรี 20201️⃣LOOK618| gclub ฟรี 100 ล่าสุด1️⃣LOOK618| slotxo ฟรี เครดิต 1001️⃣LOOK618| เว็บ slot แตก ง่าย 1️⃣2021| fast88 slot1️⃣M98| เครดิต ฟรี ไม่ ต้อง แชร์ 918 1️⃣2021| ฝาก 50 ไม่ ต้อง ทํา เทิ ร์ น1️⃣LOOK618| แฉ บา คา ร่า ออนไลน์1️⃣M98| คา สิ โน 5551️⃣LOOK618| slotxo demo roma 1️⃣2021| โหลด 918kiss android1️⃣M98| เกม ไก่ กระโดด ค่าย ไหนสล็อต ฝาก 1 บาท โบนัส 99 2021 ล่าสุด1️⃣M98| แจก เครดิต ฟรี 2000 ไม่ ต้อง ฝาก 2020 1️⃣2021| hero88goal1️⃣LOOK618| ufa บา คา ร่า1️⃣M98| slotxo678 เข้า สู่ ระบบ1️⃣LOOK618| 24slotxo1️⃣LOOK618| รอยัล 7771️⃣M98| เว็บ เล่น ไฮโล ออนไลน์1️⃣LOOK618| สมาชิก ใหม่ ฝาก 50 รับ 100 1️⃣2021| ไฮโล ออนไลน์ ได้ เงิน จริง ผ่าน มือ ถือ 1️⃣2021| gclub casino online1️⃣LOOK618| mafia488 เครดิต ฟรี1️⃣LOOK618| pg ทุน น้อย 1️⃣2021| เว็บ roma 1️⃣2021| ทาง เข้า xo888th1️⃣LOOK618| บา คา ร่า ขั้น ต่ํา 50 1️⃣2021| joker slot 4561️⃣M98| แจก เครดิต ฟรี ไม่ ต้อง ฝาก ก่อน ไม่ ต้อง แชร์ 1️⃣2021| ค่า สิ โน ค่า คอม สูง 1️⃣2021| คลับ คา สิ โน 1️⃣2021| โบนัส เครดิต ฟรี1️⃣LOOK618| แอ พ เกม ไพ่ ได้ เงิน จริง1️⃣M98| 4ux slot1️⃣LOOK618| sa casino gaming1️⃣M98| เครดิต ฟรี กด รับ เอง 1881️⃣LOOK618| slot ฝาก 1 บาท ฟรี 99 บาท 1️⃣2021| pgslot88 1️⃣2021| ฝาก 5 บาท ได้ 100 1️⃣2021| super big jack slot 1️⃣2021| 918kiss ทาง เข้า1️⃣LOOK618| 20 รับ 100ufa 1️⃣2021| แคน ดี้ ป๊ อป เครดิต ฟรี1️⃣M98| 88888 คา สิ โน 1️⃣2021| เครดิต ฟรี 300 แค่ สมัคร1️⃣LOOK618| ฝาก 50 รับ 250 pg1️⃣M98| สมัคร pay691️⃣M98| slot ทุน น้อย1️⃣LOOK618| เกม ออนไลน์ ไม่ ต้อง ลงทุน1️⃣M98| เค ดิ ต ฟรี 100 ยืนยัน เบอร์1️⃣LOOK618| sa gaming 66 pantiproyal online 77771️⃣M98| สูตร บา ค่า ร่า ใช้ ฟรี ไม่ ต้อง สมัคร1️⃣LOOK618| เว็บ ตรง 918kiss1️⃣LOOK618| galaxy slot 8881️⃣LOOK618| g club 9001️⃣LOOK618| slot royal casino1️⃣LOOK618| joker slotv91️⃣M98| ฝาก ผ่าน วอ ล เล็ ต1️⃣LOOK618| เว ป rb88 1️⃣2021| ไม่ ต้อง ฝาก เล่น ได้ เลย 1️⃣2021| สล็อต joker เครดิต ฟรี ไม่ ต้อง ฝาก1️⃣LOOK618| แจก เครดิต ฟรี 100 ไม่ ต้อง ฝาก1️⃣M98| slotxo 2019 1️⃣2021| ufastarv11️⃣M98| ทดลอง เล่น เกม ตก ปลา1️⃣LOOK618| super slot3691️⃣LOOK618| ฝาก 20 รับ 100 slotxo1️⃣LOOK618| รอยัล สล็อต 777 apk1️⃣LOOK618| คูปอง เครดิต ฟรี 1️⃣2021|